_PRINT 
logo.gif

ข่าว : พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข
จุรินทร์เร่ง ผลักดัน พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว
จุรินทร์เร่ง ผลักดัน พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว บ่ายวันนี้(15 กุมภาพันธ์ 2553) ที่ กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พบปะและรับฟังปัญหาความขัดแย้งระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย จากตัวแทนผู้เสียหายทางการแพทย์ ประมาณ 100 คน นำโดยนางปรียานันท์ ส้อเสริมวัฒนา ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ เพื่อให้แก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย 2 ประเด็น ได้แก่ 1. ผลักดันร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ. .... ให้เข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2553 เพื่อให้มีผลบังคับใช้ในเร็ววัน และ 2.เสนอตั้งกองทุนชดเชยความเสียหายเฉพาะกิจ และตั้งคณะกรรมการกลางที่ยอมรับได้ของทุกฝ่าย ทำหน้าที่ดำเนินการไกล่เกลี่ยและพิจารณาการชดเชยที่เป็นธรรม นายจุรินทร์กล่าวว่า เรื่องนี้ ได้ทราบปัญหาพอสมควร เป็นหนึ่งในโยบายที่ได้มอบไว้คือจะเร่งรัดการออกกฎหมายที่เป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายที่ เกี่ยวข้องกับสาธารณสุข ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หนึ่งในกฎหมายนี้คือ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข ในการประชุมผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขเมื่อเช้านี้ ได้รับรายงานเรื่องนี้ว่า ขณะนี้กฤษฎีกาได้ให้กระทรวงสาธารณสุขแก้ไขบางส่วน ซึ่งจะติดตามผล คาดว่าจะได้ข้อยุติในสัปดาห์หน้า จากนั้นจะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป “เรื่องนี้ถือเป็นนโยบายเร่งรัดที่สำคัญระดับต้นๆ เรื่องหนึ่ง หลักการของกฎหมายคือการตั้งกองทุนขึ้นมาเพื่อช่วยเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากการรับบริการทางการแพทย์และมีคณะกรรมการพิจารณา เมื่อมีผู้เสียหายก็จะสามารถเจรจา ให้ได้รับการชดเชยและเยียวยาได้อย่างทันท่วงที ไม่ต้องรอฟ้องศาลซึ่งกระบวนการดังกล่าว ต้องใช้เวลา 3-5 ปี หากสามารถตกลงกันได้ ก็ไม่ต้องฟ้องร้องกันโดยไม่จำเป็น ซึ่งจะมีผลดีทั้ง 2 ฝ่าย ขอให้สบายใจได้ว่าตั้งใจจริงในการผลักดันกฎหมายฉบับนี้” ในประเด็นที่ 2 การตั้งกองทุนชดเชยความเสียหายเฉพาะกิจ และตั้งคณะกรรมการกลาง ในระหว่างที่ยังไม่มีกฎหมายนั้น ขณะนี้ ยังไม่สามารถรับปากได้ ต้องขอศึกษาข้อกฎหมาย ว่าสามารถทำได้หรือไม่ และจะหาเงินกองทุนโดยวิธีใด อย่างไร ซึ่งต้องนำทั้ง 2 ส่วนมาประกอบกัน แต่หากสามารถทำได้ก็จะทำให้เลย และจะแจ้งให้ทราบต่อไป เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเข้าใจร่วมกัน นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า สำหรับคดีฟ้องร้องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาแล้ว ได้สั่งการให้กองการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กองนิติการ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประสานงานกับสำนักงานเลขาธิการแพทยสภา และเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ ประชุมรวบรวมกรณีที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพื่อให้ติดตามความคืบหน้าในแต่ละเรื่องได้สะดวกรวดเร็วขึ้น และจะได้เดินหน้าทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยให้กองการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็นเจ้าภาพนัดประชุม และให้รายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป **************************************** 15 กุมภาพันธ์ 2553

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง : http://www.moph.go.th/ops/iprg/iprg_new/include/admin_hotnew/show_hotnew.php?idHot_new=30804
ข่าวโดย : admin
อ่าน 699 ครั้ง
วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553
วันที่พิมพ์ :
เวลา : 10:17:30:AM